การตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อม

ในการทำงาน

การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน

สถานประกอบการต้องตรวจสอบอะไรบ้าง


  • ระดับแสงสว่างในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • ระดับเสียงที่ผู้ปฏิบัติงานสัมผัส
  • ระดับความร้อน WBGT

สารเคมี : ก๊าซ ไอระเหย ฝุ่นละออง

วัตถุประสงค์ของการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน


1.เพื่อประเมินและตรวจติดตามระดับของสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในสภาพแวดล้อมการทำงานว่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

  • กฎกระทรวงแรงงานเรื่อง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับ ความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
  • ค่ามาตรฐานเสนอแนะของ ACGIH, OSHA, NIOSH, US-EPA


2.เพื่อบ่งชี้ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากการสัมผัสกับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสขภาพ

  • ฝันละออง ฟูมตะกั่ว ไอระเหยของเบนซีน โทลูอัน เป็นต้น ว่าอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานหรือไม่


3.เพื่อช่วยตัดสินใจถึงความจำเป็นในการออกแบบและติดตั้งระบบควบคุมมลพิษที่เหมาะสมหรือเป็นการประเมินว่าประสิทธิภาพของระบบควบคุมมลพิษที่มีอยู่ว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่


4.เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผน บริหารจัดการ เพื่อลดระดับความเข้มข้นของมลพิษ

  • จัดให้มีการเฝ้าระวัง/ควบคุมคุณภาพอากาศในที่ทำงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

การตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน


การสำรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานเบื้องต้นเพื่อค้นหาสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กำหนดให้มีการตรวจวัด, วิเคราะห์และประเมินผลเปรียบเทียบกับเกณฑ์ มาตรฐานตามกฎหมายหรือมาตรฐานตามข้อแนะนำของสถาบันหรือองค์กรที่เป็นที่ยอมรับ จัดทำรายงานให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อการควบคุมป้องกันต่อไป

1.การตรวจวัดระดับความร้อน WBGT


  • ตรวจวัดด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะตามมาตรฐาน ISO 7243 หรือเทียนเท่า เช่น DIM EN 27243


  • ตรวจวัดระดับความร้อน WBGT เฉลี่ยปริมาณที่ผู้ปฏิบัติงานทำงานแห่งเดียวหรือหลายบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมต่างกัน โดยทำการตรวจช่วงระยะเวลา 2 ช้วโมงที่ร้อนที่สุด


  • ประเมินการะงานในช่วง 2 ชั่วโมงที่ร้อนที่สุด เป็นงานเบา, งานปานกลาง หรืองานหนัก ตามแนวทางของ OSHA Technical Manual usaเทียนเท่า เช่น ISO 8996


  • ประเมินผลการตรวจวัดโดยเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับความร้อน และลักษณะความหนัก-เบาของงานกับเกณฑ์มาตาตรฐานที่กฎหมายกำหนด, มาตรฐานของสถาบันหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง


2.การตรวจวัดระดับความเข้มของแสงสว่าง



  • ตรวจวัดค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่างบริเวณพื้นที่หัวไปและบริเวณการผลิตภายในสถานประกอบกิจการ


  • ตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างบริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานต้องทำงานโดยใช้สายตามองเฉพาะจุด หรือใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน


  • การตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างในสถานประกอบกิจการ ใช้เครื่องมือ (Light Meter) มีคุณลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐาน CIE 1931 (International Commission on Illumination) uรa ISO/CIE 10527 หรือเทียบเท่า เช่น JIS



  • เปรียบเทียบผลการตรวจวัดกับเกณฑ์ (มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด. มาตรฐานของสถาบันนรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง



3.การตรวจวัดระดับความเข้มของเสียง


  • ตรวจวัดเพื่อประเมินระดับเสียงที่อาจมีผลกระทบต่อระบบการได้ยินของงผู้ปฏิบัติงาน และเพื่อให้ทราบประเภทและลักษณะของเสียงใช้ประโยชน์ในการควบคุมป้องกันเสียง เครื่องตรวจวัดระดับเสียงมีคุณลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรือเทียบเทียบเท่า เช่น ANSI S1.4, BS EN 60651, AS/NZS 1259.1 เป็นต้น หรือดีกว่า เช่น IEC 60804, IEC 61672, BS EN 60804, AS/NZS 1259.2 เป็นต้น


  • ระดับเสียงแบบพื้นที่ (Leg 5 นาที) ตรวจวัดเฉพาะเสียงดังต่อเนื่อง (Continuous Noise) แบบคงที่ (Steady-state Noise) เป็นลักษณะเสียงดังต่อเนื่อง มีระดับเสียงเปลี่ยนแปลงไม่เกิน3 dB(A)


  • ระดับเสียงเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน (TWA: Time WeightedAverage) ตรวจวัดระดับเสียงประเภทเสียงดังต่อเนื่องแบบไม่คงที่ (Non-steady Stat Noise) เป็นลักษณะเสียงดังต่อเนื่อง ที่มีระดับเสียงเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 10 dB(A) และเสียงดังเป็นช่วงๆ (Intermittent Noise)


  • ปริมาณเสียงสะสมที่ตัวบุคคล (Noise Dose) เพื่อประเมินเป็นระดับเสียงที่สัมผัสเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน (TWA: Time Weighted Average) เครื่องวัด ปริมาณเสียงสะสม (Noise Dosimeter) มีคุณลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐานIEC 6125252 หรือเทียบเท่า เช่น ANSI S1.25 หรือดีกว่า


  • เสียงกระทบหรือเสียงกระแทก (Impulse or Impact Noise) เพื่อประเมิน การสัมผัสกับระดับเสียงกระทบหรือกระแทกที่เกิดขึ้นใบระยะเวลาสั้บและอันตรายจะเกิดขึ้นกับระบบการได้ยิน ขึ้นกับระดับเสียงและจำนวนครั้งที่สัมผัส ตรวจวัดด้วยเครื่องวัดเสียงกระทบหรือกระแทก (Impulse or Impact Noise Meter) มีคุณลักษณะสอดคล้องกับมาตรฐาน IEC 61672 หรือ IEC 60804 หรือเทียบเท่า เช่น ANSI S1.43 หรือดีกว่า


  • ระดับเสียงแบบพื้นที่แยกความถี่ (Sound Pressure Level and Octave band Analyzer) เพื่อประเมินลักษณะของเสียงใช้เป็นข้อมูลในการจัดการควบคุมป้องกันผลกระทบจากเสียง เครื่องมือวิเคราะห์ความถี่เสียง



  • แผนผังแสดงระดับเสียง (Noise Contour Map) โดยใช้ Software ที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ทราบการกระจายด้วของของเสียงในรูปแบบของแผนที่เสียงในแต่ละพื้นที่มีเสียงอยู่ระดับใดในภาพรวม เพื่อใช้ในการจัดการควบคุม ป้องกันผลกระทบจากเสียงและจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy